โคตรสยอง!! หนุ่มบ่นปวดท้องพร้อมคันไปทั่วร่างกาย เมื่อไปหาหมอ ตรวจเจอสิ่งนี้ เห็นแล้วแทบล้มทั้งยืน!! ภัยเงียบที่ถูกมองข้าม!?

เว็บไซต์ข่าวมีร์เรอร์ได้มีการรายงานเกี่ยวกับภาพเอ็กซ์เรย์ชวนอึ้งของชายผู้รักการกินซูชิเป็นชีวิตจิตใจ ที่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ชื่นชอบกำลังทำให้ร่างกายของเขาถูกทำลาย หลังภาพเอ็กซ์เรย์ปรากฏว่าข้างในร่างกายเต็มไปด้วยพยาธิตัวตืด!

ชายชาวจีนผู้รักการกินซูชิรายหนึ่งมาพบแพทย์ หลังจากมีอาการปวดท้องและคันไปทั่วผิวหนัง และก็ต้องผงะ เมื่อภาพเอ็กซ์เรย์ที่ออกมาร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพยาธิตัวตืด เป็นผลมาจากการกินซาซิมิมากเกินไป หลังจากเขาจับปลาในน้ำจืดมาแล่กินเองแบบดิบๆ

โดยแพทย์เชื่อว่าอาหารญี่ปุ่นประเภทเนื้อดิบและปลาดิบจะมีการปนเปื้อนสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลให้มีการติดเชื้อปรสิตได้หลากหลายชนิด
well-04
พยาธิตัวตืด เกิดขึ้นจากการบริโภคเผลอไปบริโภคตัวอ่อนของพยาธิตัวตืดเข้าไป พบได้ในปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำจืดเช่น ปลาแซลมอน (ซึ่งปกติเป็นปลาที่อยู่ในน้ำเค็มแต่จะมาวางไข่ในน้ำจืด) และมันสามารถอยู่รอดในร่างกายของมนุษย์ได้นานเป็นปี และวางไข่ทิ้งไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกายและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและอันตรายยิ่งเพิ่มขึ้นหากมันเคลื่อนตัวไปยังอวัยวะที่สำคัญจะดีกว่าถ้าเรากินอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

5988-001

656y-09

ภัยเงียบที่ถูกมองข้าม (ผู้จัดการ)

  อี.โคไล เป็นแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม ที่จริงแล้วมีอยู่ตามธรรมชาติในลำไส้ใหญ่ของเรานั้นเอง อย่างไรก็ตาม เชื้อตัวนี้มักมีการปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม หรือในมือของผู้ปรุงอาหารด้วย

ผู้ที่ได้รับเชื้อ อี.โคไล เริ่มแรกจะมีอาการท้องร่วง และค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น มีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจมีเลือดปน มีไข้ กระทั่งอาเจียน

ศูนย์วิจัยและประเมินความเสี่ยงด้านอาหารปลอดภัย ในโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก สถาบันอาหาร (NFI) เปิดเผยผลสำรวจ เชื้อ อี.โคไล ที่ปนเปื้อนในซูชิ 5 ย่านการค้าของกรุงเทพฯ ปรากฎว่าพบ 3 ตัวอย่างที่มีปริมาณปนเปื้อนเกินเกณฑ์มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนดไว้ว่าอาหารพร้อมบริโภคและอาหารปรุงสุกทั่วไปจะมี เชื้อ อี.โคไล ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 3 MPN/กรัม

ตลาดบางลำพู ย่านพระนคร มากกว่า 1,100 MPN/กรัม
ถนนพระราม 6 ย่านพญาไท 1,100 MPN/กรัม
หน้าเจ้าพระยา 3 ย่านบางพลัด 3.6 MPN/กรัม
ตลาดวังหลัง ย่านบางกอกน้อย น้อยกว่า 3 MPN/กรัม
ตลาดประตูน้ำ ย่านราชเทวี น้อยกว่า 3 MPN/กรัม

 

เตือนซูชิ มีคอเลสเตอรอล-สารปรอท (ไทยโพสต์)

ใครที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ คงต้องอ่านเรื่องนี้แล้วคิดใหม่เสียหน่อย เพราะรายงานข่าวจากเมืองผู้ดีระบุว่า ผู้คนในอังกฤษกำลังหันมากินข้าวปั้้นซูชิกันมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาหารญี่ปุ่นชนิดนี้ไม่ได้เป็นมิตรกับสุขภาพอย่างที่เข้าใจกัน

หลุยส์ ซัตตัน แห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ เมโทรโพลิแทน บอกว่า ซูชิซึ่งมีทั้งหน้าปลาดิบ ไข่ หรือผัก อาจมีคอเลสเตอรอล เกลือ พยาธิตัวกลม สารปรอท และแบคทีเรีย ฉะนั้นควรเลือกกินอย่างชาญฉลาด

คอเลสเตอรอล : ไข่ปลาค็อดที่แนมมากับซูชินั้น มีกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจ แต่ไข่ปลาก็มีคอเลสเตอรอลสูง จึงไม่ควรกินคราวละมาก ๆ หรือกินบ่อย ๆ หากเป็นคนที่มีคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ส่วนผู้ป่วยโรคเกาต์ไม่ควรกินซูชิเพราะมีกรดยูริกสูง ซึ่งจะทำให้อาการกำเริบ

เกลือ : แม้ซูชิมีเกลือน้อย แต่ถ้าจิ้มซอสถั่วเหลืองจนชุ่มก็จะเป็นการเพิ่มเกลือ ส่วนซอสที่ใส่มาในถุงพร้อมซูชินั้น มีเกลือ 1 กรัม คนเราไม่ควรได้รับเกลือเกินวันละ 6 กรัม ฉะนั้น คนที่มีความดันโลหิตสูงจึงควรหลีกเลี่ยงซอสถั่วเหลือง หรือคนที่แพทย์แนะนำให้กินอาหารที่มีเกลือน้อย

พยาธิตัวกลม : รายงานวิชาการสองชิ้น ซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุมของสมาคมศาสตร์ว่าด้วยกระเพาะอาหารและลำไส้อเมริกันเมื่อเร็ว ๆ นี้บอกว่าพบพยาธิตัวกลมในซูชิ เมื่อถูกย่อยในทางเดินอาหารของมนุษย์ ตัวอ่อนของพยาธิตัวกลมจะเกาะเข้ากับเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องร่วง ดังนั้น ปลาดิบที่จะนำมาทำซูชิควรแช่แข็งที่อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้พยาธิตาย

สารปรอท : เมื่อปีที่แล้ว ผลวิจัยในวารสาร Biology Letters ในอังกฤษ เปิดเผยว่า ซูชิหน้าปลาทูน่าซึ่งมีขายตามร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐ มีสารปรอทสูงเกินระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุข หากได้รับสารปรอทมากเกินไปจะส่งผลต่อระบบประสาท เช่น อัมพาตสมอง หูหนวก ตาบอด ดังนั้นหญิงมีครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงปลาบางชนิด เช่น เนื้อปลาทูน่าสด

แบคทีเรีย : แบคทีเรียที่พบบ่อยในซูชิเป็นชนิดสตาไฟโลค็อกคัส ออรีอุส ซึ่งเจอในข้าวมากกว่าในปลาดิบ หากข้าวปั้นถูกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง แบคทีเรียในข้าวจะแบ่งตัว และเสี่ยงต่อโรคอาหารเป็นพิษ

เช่นนั้นแล้ว การเลือกซื้อควรเลือกซูชิที่สดใหม่ กินหมดภายในเวลาที่กำหนด และเก็บแช่ในตู้เย็น เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ถามหา

ขอบคุณเจ้าของข้อมูล

loading...